ได้ดำเนินงานมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2515 โดยออกหน่วยแพทย์หูคอจมูกเคลื่อนที่ ให้การตรวจรักษาผ่าตัดทั่วประเทศโดยไม่คิดค่าตอบแทนใด ๆ โดยจะปฎิบัติงานตามโรงพยาบาลชุมชน(หรือรพ.อำเภอ) และจะเน้นเป็นพิเศษสำหรับท้องที่ชนบทที่ห่างไกลประชาชนยากจน การคมนาคมไม่สะดวก หรือมีปัญหาโรคหูจำนวนมาก ได้ดำเนินการเช่นนี้ต่อเนื่องมาโดยตลอด จวบจนปัจจุบัน ครอบคลุมกว่า 350อำเภอ ในทุกจังหวัดของประเทศไทย มีผู้ป่วยมารับบริการจำนวนรวมกว่า 120,000 และได้รับการผ่าตัดไปกว่า 12,000 ราย

ในแต่ละครั้งที่หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการ จะตรวจรักษาผู้ป่วยนอกได้วันละ 300-500คนในจำนวนนี้ ได้รับการผ่าตัดโรคหูน้ำหนวกร้ายแรงเพื่อป้องกันไม่ให้ต้องเสียชีวิตหรือพิการจากฝีแตกเข้าสู่สมอง และผ่าตัดแก้วหูที่เน่าแตกทะลุด้วยการปะเปลี่ยนแก้วหูให้ใหม่ ทำให้ไม่เป็นหูน้ำหนวกเรื้อรังและกลับได้ยินขึ้น ได้ถึงวันละ 30-35 คนปี 2542 รับทุนสนับสนุนจากกระทรวงการคลัง สำนักงานสลากกินแบ่งแห่งชาติ ให้ดำเนินงาน

โครงการผ่าตัดผ่าตัดหูน้ำหนวก ถวายพระราชกุศล 72 พรรษามหาราชา สามารถให้การตรวจรักษา ผู้ป่วยโรคหู 17,341 ราย และผ่าตัดหูน้ำหนวก 1,629 ราย ในโรงพยาบาลชายแดนและห่างไกล 59 อำเภอทั่วประเทศ

ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย โดยมูลนิธิฯในนามตัวแทนความปรารถนาดีจากรัฐบาลไทยได้เดินทางไปให้บริการรักษาผ่าตัดโรคหูแก่ประชาชนในประเทศจีน(ตอนใต้) พม่า ลาว เขมร เวียดนาม และภูฐาน อีกทั้งยังได้รับเกียรติจากองค์การพัฒนาระหว่างประเทศ (UNDP) ของสหประชาชาติ ให้เดินทางไปสาธิตการออกหน่วยผ่าตัดหูเคลื่อนที่ ในประเทศเคนย่า แอฟริกา และประเทศอินเดีย

มูลนิธิฯ ได้พัฒนาทั้งการปฎิบัติงานของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ทั้งในด้านการตรวจรักษา เทคนิคการผ่าตัด ด้านเครื่องมืออุปกรณ์ รวมทั้งการขนส่งและการเดินทางจนเป็นมาตรฐานเหมาะสมกับลักษณะ และสภาพของการทำงานในชนบทที่ขาดแคลน จนได้รับการยอมรับนับถือจากสถาบันต่างประเทศหลายแห่งเช่นสถาบันวิทยาลัยแพทย์หูคอจมูกแห่งสหรัฐอเมริกา The American Academy of Otolaryngology-Head and Neck Surgery ประกาศยกย่องให้เป็นโครงการตัวอย่างของโลก ในการปฎิบัติงานเพื่อมนุษยธรรม มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั้งในสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และแคนาดา ได้จัดส่งแพทย์หูคอจมูกมาเรียนรู้การปฏิบัติงานในชนบทกับมูลนิธิฯเป็นประจำทุกปี

มูลนิธิฯยังได้ริเริ่มโครงการตรวจการได้ยินในเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาทั่วประเทศไทยใน 600 อำเภอ จำนวนทั้งสิ้นประมาณ 6 ล้านคน ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข กรมอนามัย จัดอบรมเจ้าหน้าที่อนามัย 9,618 คน จากสถานีอนามัยทุกตำบล 8,263 แห่งทั่วประเทศ ให้มีความสามารถในหารระบุและดูแลรักษาโรคหูเบื้องต้นให้กับประชาชน และสามารถตรวจวัดการได้ยินในเด็กนักเรียนเพื่อค้นหาโรคหูระยะเริ่มแรก

มูลนิธิฯได้คิดค้นประดิษฐ์ และพัฒนาเครื่องตรวจวัดการได้ยินชุมชน Mass Screening Audiometer ที่ได้มาตรการสากล แทนแทนการซื้อจากต่างประเทศ เป็นการประหยัดเงินตราและได้เครื่องมือที่เหมาะสมกับสภาพการใช้งานมากกว่า และได้หาทุนสร้างเครื่องตรวจการได้ยินนี้ 600 เครื่อง ทูลเกล้าถวายแด่สมเด็จพระเทพรัตนสุดา สยามบรมราชกุมารสยามบรมราชกุมารี ซึ่งได้ทรงพระราชทานให้กระทรวงสาธารณะสุข สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทุกอำเภอทุกอำเภอทั่วประเทศเพื่อใช้งานต่อไป

(มูลนิธิทางด้านวิชากรมูลนิธิฯได้ให้ความร่วมมือในการสอนและอบรมเพิ่มเติมทักษะการผ่าตัดด้วยกล้องจุลทัศน์ เพื่อฟื้นฟูและพัฒนาขีดความสามารถของแพทย์ในสาขาต่างๆ)โดยส่งบุคลากรและเครื่องมืออุปกรณ์ผ่าตัดไมโคร ช่วยในงานมหาวิทยาลัยและราชวิทยาลัยสาขาต่าง ๆ อาทิเช่น

  1. จุฬาลงสงกรณ์มหาวิทยาลัย
  2. มหาวิทยาลัยมหิดล
  3. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  4. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  5. ราชวิทยาลัยโสตนาสิกแพทย์แห่งประเทศไทย
  6. ราชวิทยาลัยศัลยาแพทย์แห่งประเทศไทย
  7. ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย
  8. โครงการผ่าตัดต้อกระจก 100,000 ราย ถวายถวายเป็นพระราชกุศล
  9. โครงการคืนเสียงสู่โสต หน่วยบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ ของสภากาชาดไทย ฯลฯ